(ฉ้อ) โกง (เป็นปกติธุระ)

📣📣(ฉ้อ) โกง (เป็นปกติธุระ)⚖⚖

รู้หรือไม่❓ #ความผิดฐานฉ้อโกง กับ #ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ต่างกันอย่างไร❓

👉ในยุคที่การประกอบธุรกิจมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้น การทำธุรกิจในปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดการทรัพยากร แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดและปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น หนึ่งในความผิดที่สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ คือ ความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระทบต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของสังคมในระบบธุรกิจโดยรวม

📌ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นสองข้อหาที่มักเกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจ บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างสองประเภทของความผิดนี้ โดยจะพิจารณาจากองค์ประกอบและผลกระทบทางกฎหมายที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

👉ความผิดฐานฉ้อโกง กับ ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ต่างกันอย่างไร ❓

1️⃣ ลักษณะของการกระทำผิด😮
#ความผิดฐานฉ้อโกง: การกระทำที่มีการหลอกลวง หรือใช้วิธีการที่ไม่ซื่อสัตย์ เช่น การพูดเท็จ การปลอมแปลงเอกสาร หรือการทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง เพื่อให้ผู้อื่นเสียทรัพย์สินหรือประโยชน์ไป ตัวอย่างเช่น การขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง การหลอกให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่ได้ดำเนินการ หรือการหลอกให้เซ็นเอกสารเพื่อให้ตนได้มาซึ่งทรัพย์สิน
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ: การกระทำที่ทำให้ทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ทำให้เกิดการฟอกเงิน โดยจะเป็นการใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกง (หรือการกระทำผิดอื่น) มาแปลงรูป หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินเหล่านั้นผ่านช่องทางทางการเงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อทำให้แหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นดูเหมือนมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การโอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงผ่านหลายบัญชีธนาคาร หรือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการฉ้อโกง

2️⃣จุดประสงค์ของการกระทำผิด😏
#ความผิดฐานฉ้อโกง: การได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์จากผู้อื่นโดยการหลอกลวงหรือหลีกเลี่ยงความจริง
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ: การกระทำที่มุ่งหวังที่จะปกปิดหรือแปลงแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงให้ดูเหมือนมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการทำธุรกรรมหรือการโอนทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายเพื่อให้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3️⃣โทษทางกฎหมาย⚖😮
#ความผิดฐานฉ้อโกง: เป็นความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ:เป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(อ้างอิง : กองปราบปราม)

📌การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองความผิดนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจของตนตกอยู่ในความเสี่ยงจากการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย นอกจากนี้ การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและผู้ร่วมธุรกิจได้ในระยะยาว ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้

👩ผู้เขียน อาจารย์รัฐยา ผานิชชัย
คณะบริหารธุรกิจ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
📚แหล่งอ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา; พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

🎯ติดตามข่าวสารจาก ALL Retail Business Center ได้ที่
Facebookhttps://m.facebook.com/AllRetailBusinessCenter/
Instagramhttps://www.instagram.com/allretailbypim.ig/
Blockdithttps://www.blockdit.com/allretailbypim
#Panyapiwat #PIM # ALLRetail # ALLRetailbyPIM #Retail #ModernTrade #ธุรกิจค้าปลีก #ธุรกิจค้าส่ง #ค้าปลีก #ค้าส่ง #โชห่วย #การตลาด #เทรนด์วันนี้ #Startup #ทนายตั้ม #โหนกระแส #แชร์ลูกโซ่ #ฉ้อโกง #ฉ้อโกงประชาชน #เป็นปกติธุระ