Facebook
YouTube
เมนู
หลักสูตร
ปริญญาตรี
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (ต่อเนื่อง)
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (หลักสูตรระบบการศึกษาทางไกล)
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (ต่อเนื่อง) (ระบบการศึกษาทางไกลทางอินเทอร์เน็ต)
ปริญญาโท
เกี่ยวกับคณะ
ประวัติความเป็นมา
ปรัชญา/ปณิธาน/วิสัยทัศน์
คณะผู้บริหารคณะบริหารธุรกิจ
คณาจารย์คณะบริหารธุรกิจ
หน่วยงานภายใน
ศูนย์ที่ปรึกษาและพัฒนาอาชีพนักศึกษา
บทความวิจัย
ห้องเรียนออนไลน์
เข้าเรียนออนไลน์ ม.4-ม.6
ห้องเรียนออนไลน์
โครงการ PIM MOOC
ติดต่อ
สมัครออนไลน์
เมนู
หน้าแรก
หลักสูตร
ปริญญาตรี
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (หลักสูตรระบบการศึกษาทางไกล)
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (ต่อเนื่อง)
สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการค้าสมัยใหม่ (ต่อเนื่อง) (ระบบการศึกษาทางไกลทางอินเทอร์เน็ต)
ปริญญาโท
ข่าวสารของหลักสูตร – (MBA-BI)
คณาจารย์ – (MBA-BI)
สมัครเรียนออนไลน์ – (MBA-BI)
ศิษย์เก่า – (MBA-BI)
ติดต่อ – (MBA-BI)
เกี่ยวกับคณะ
ประวัติความเป็นมา
ปรัชญา/ปณิธาน/วิสัยทัศน์
คณะผู้บริหารคณะบริหารธุรกิจ
คณาจารย์คณะบริหารธุรกิจ
สำหรับนักศึกษา
แหล่งเรียนรู้
โครงการ PIM MOOC
E-Learning
FAQ
DNA ความดี 24 ชั่วโมง
ALUMNI
ARTICLES
Contact Us
ปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา Business Innovation – MBA-BI PIM
บทความวิจัย
ศูนย์ที่ปรึกษาและพัฒนาอาชีพนักศึกษา
BBA
BA Executive Board
ศูนย์นวัตกรรมคณะบริหารธุรกิจ
(ฉ้อ) โกง (เป็นปกติธุระ)
มีนาคม 4, 2025
Chavanan Sareerat
(ฉ้อ) โกง (เป็นปกติธุระ)
รู้หรือไม่
#ความผิดฐานฉ้อโกง
กับ
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
ต่างกันอย่างไร
ในยุคที่การประกอบธุรกิจมีความหลากหลายและซับซ้อนขึ้น การทำธุรกิจในปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องคำนึงถึงกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดการทรัพยากร แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดและปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น หนึ่งในความผิดที่สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ คือ ความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระทบต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของสังคมในระบบธุรกิจโดยรวม
ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นสองข้อหาที่มักเกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจ บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างสองประเภทของความผิดนี้ โดยจะพิจารณาจากองค์ประกอบและผลกระทบทางกฎหมายที่แตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว
ความผิดฐานฉ้อโกง กับ ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ต่างกันอย่างไร
ลักษณะของการกระทำผิด
#ความผิดฐานฉ้อโกง
: การกระทำที่มีการหลอกลวง หรือใช้วิธีการที่ไม่ซื่อสัตย์ เช่น การพูดเท็จ การปลอมแปลงเอกสาร หรือการทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง เพื่อให้ผู้อื่นเสียทรัพย์สินหรือประโยชน์ไป ตัวอย่างเช่น การขายสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง การหลอกให้ลงทุนในธุรกิจที่ไม่ได้ดำเนินการ หรือการหลอกให้เซ็นเอกสารเพื่อให้ตนได้มาซึ่งทรัพย์สิน
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
: การกระทำที่ทำให้ทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่ทำให้เกิดการฟอกเงิน โดยจะเป็นการใช้ทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกง (หรือการกระทำผิดอื่น) มาแปลงรูป หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินเหล่านั้นผ่านช่องทางทางการเงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อทำให้แหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้นดูเหมือนมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การโอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงผ่านหลายบัญชีธนาคาร หรือการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการฉ้อโกง
จุดประสงค์ของการกระทำผิด
#ความผิดฐานฉ้อโกง
: การได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์จากผู้อื่นโดยการหลอกลวงหรือหลีกเลี่ยงความจริง
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
: การกระทำที่มุ่งหวังที่จะปกปิดหรือแปลงแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงให้ดูเหมือนมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการทำธุรกรรมหรือการโอนทรัพย์สินที่ผิดกฎหมายเพื่อให้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โทษทางกฎหมาย
#ความผิดฐานฉ้อโกง
: เป็นความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#ความผิดฐานฉ้อโกงเป็นปกติธุระ
:เป็นความผิดมูลฐาน ตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(อ้างอิง : กองปราบปราม)
การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างทั้งสองความผิดนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจของตนตกอยู่ในความเสี่ยงจากการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย นอกจากนี้ การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและผู้ร่วมธุรกิจได้ในระยะยาว ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและปลอดภัยจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้
ผู้เขียน อาจารย์รัฐยา ผานิชชัย
คณะบริหารธุรกิจ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
แหล่งอ้างอิง: ประมวลกฎหมายอาญา; พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ติดตามข่าวสารจาก ALL Retail Business Center ได้ที่
Facebook
:
https://m.facebook.com/AllRetailBusinessCenter/
Instagram
:
https://www.instagram.com/allretailbypim.ig/
Blockdit
:
https://www.blockdit.com/allretailbypim
#Panyapiwat
#PIM
# ALLRetail # ALLRetailbyPIM
#Retail
#ModernTrade
#ธุรกิจค้าปลีก
#ธุรกิจค้าส่ง
#ค้าปลีก
#ค้าส่ง
#โชห่วย
#การตลาด
#เทรนด์วันนี้
#Startup
#ทนายตั้ม
#โหนกระแส
#แชร์ลูกโซ่
#ฉ้อโกง
#ฉ้อโกงประชาชน
#เป็นปกติธุระ
เมนู
สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ได้ใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookies Policy)
ตกลง
Privacy policy